พระหลวงพ่อทวด วัดพะโคะ รุ่น ‘เจริญรุ่งเรือง’ เน้น ‘ดีนอกดีใน’อมตะทั้งในปัจจุบันและอนาคต

0

หากจะกล่าวว่า วัตถุมงคลหลวงพ่อทวด วัดพะโคะ ปี ๒๕๖๐ รุ่น “เจริญรุ่งเรือง” ที่ประกอบพิธีบวงสรวงโดยพราหมณ์ประจวบ คงเหลือ พิธีมหาพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดพะโคะ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นับวันยิ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมมากขึ้นทุกที

สาเหตุหนึ่งนอกจากชื่อเสียงของหลวงพ่อทวดเองแล้ว ในพิธีปลุกเสกยังมีพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและจุดเทียนชัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๙ รูป เจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และพระเกจิอาจารย์ดังสายเขาอ้อ นั่งปรกอธิษฐานจิต ๑๖ รูป ดับเทียนชัยโดยหลวงพ่อเอียด วัดโคกแย้ม อีกด้วย

สำหรับวัตถุประสงค์ในการสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อทวด รุ่น “เจริญรุ่งเรือง” ในครั้งนั้นก็เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งถวายพระครูปุญญพิศาล เจ้าอาวาสวัดพะโคะ สมทบทุนการจัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ของวัดพะโคะ และอีกส่วนหนึ่งนำไปใช้สนับสนุนองค์กรการกุศลต่างๆ ในการจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา หรือกิจกรรมทางสาธารณกุศลอื่นๆ ที่เห็นสมควร ซึ่งพระหลวงพ่อทวด วัดพะโคะ รุ่น “เจริญรุ่งเรือง” นี้ หากจะกล่าวว่า “ ดีนอก” และ “ดีใน” เป็นพระเครื่องหลวงพ่อทวดอีกรุ่นหนึ่งที่กำลังมาแรง ที่เชื่อว่ามีพุทธคุณสูง โด่งดังเป็นอมตะทั้งในปัจจุบันและอนาคต

วัดพะโคะ ( เดิมชื่อ วัดหลวง ) ปัจจุบันชื่อ วัดราชประดิษฐาน ตั้งอยู่ บริเวณเขาพัทธสิงค์ หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพลอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 1919-2039 สมัยอยุธยาตอนต้น ชาวเผ่าอินโดนีเซีย จากปลายคาบสมุทรมลายูบริเวณหมู่เกาะ ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่เจริญซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม มีการ ติดต่อกับชาวอาหรับเปอร์เซีย ตั้งแต่ตอนกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ได้ส่งกองโจรสลัดมาทางมหาสมุทรเพื่อปล้นสะดมชุมชนต่าง ๆ ทางตอนกลางคาบสมุทรมลายูมีหลักฐานบันทึกในหนังสือเรื่องกัลปนาวัดในสมัยอยุธยากล่าวถึง โจรสลัดยกทัพยก กำลังเข้าปล้นตีเมืองพะโคะ แถบคาบสมุทรสทิงพระหลายครั้ง

ต่อมาพ.ศ.๒๐๕๗ สมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ได้สร้าง “วัดพะโคะ” (เดิมชื่อ วัดหลวง) บนเขาพะโคะ ปัจจุบันชื่อ “เขาพัทธสิงค์” พ.ศ.๒๐๙๑-๒๑๑๑ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ได้พระราชทานที่กัลปนาวัด เรียกว่า “วัดราชประดิษฐาน”พ.ศ.๒๑๔๘-๒๑๕๘ สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้บูรณะพระมาลิกเจดีย์สูง ๑ เส้น ๕ วา และได้พระราชทานยอดพระเจดีย์ เนื้อเบญจโลหะ ยาว ๓ วา ๓ คืบความสำคัญของวัดโคะ คือ ใช้เป็นสถานที่กระทำพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา, ประดิษฐานพระมาลิกเจดีย์, พระพุทธไสยาสน์ หรือพระโคตมะ พระมาลิกเจดีย์ เป็นสถาปัตยกรรมภาคใต้ แบบลังกาสมัยอยุธยา บรรจุพระบรมธาตุ, พระพุทธบาทข้างซ้าย เหยียบประทับเป็นรอยอยู่บนหิน ความยาว ๑๗ นิ้ว  ( ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย )
ตามตำนาน ของหลวงพ่อทวด ตามคำบอกเล่านั้น ได้ขออาศัยเรือสำเภาของพ่อค้า ที่ทำการค้ากับกรุงศรีอยุธยา เพื่อจะไปศึกษาเล่าเรียนที่กรุงศรีอยุธยา ในระหว่างทาง ได้เกิดพายุ ต้องเข้าอาศัยบนเกาะแห่งหนึ่ง หลายวัน จน “น้ำจืด” ที่เตรียมไว้บนเรือเกิดหมด ลูกเรือได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่กลับมาเกิดขึ้นในครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะการรับพระสงฆ์รูปนี้มาก็ได้ จึงวางแผนที่จะปล่อยตัว หลวงพ่อทวด ไว้บนเกาะแห่งนั้น หลวงพ่อทวด จึงได้แสดงอภินิหาร โดยเอาเท้าซ้ายจุ่มลงในน้ำทะเล ซึ่งมีรสเค็มจัด พร้อมกับบอกให้คนเรือตักขึ้นมาชิมดู ปรากฏว่า ” น้ำทะเลจืดสนิท ” เจ้าของเรือสำเภา เห็นเป็นปาฏิหาริย์ แสดงว่า หลวงพ่อทวดต้องเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์แน่นอน จึงรับตัวท่านขึ้นเรือสำเภา กราบขอขมาท่าน แล้วเดินทางต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา เมื่อคลื่นลมสงบลงแล้ว
                     เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงเป็นที่มาของคำว่า “หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด” โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นเอง
Share.

Comments are closed.