“อ่าวทองคำ” สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของชุมชน สู่ “สปาโคลน” แห่ง อเมซอนแดนใต้

0

…จะฟังกันไหม นิทานใต้แสงดาว เป็นเรื่องเป็นราว ของพี่น้องชาวเล จะรู้กันไหม เมื่อลมหวนซวนเซ มือใครไกวเปล จากทะเลถึงภูผา จะฟังกันไหม นิทานท่านศาลา สืบโยดย่านมา ในอ่าวทองคำ …”

บางส่วนจากบทเพลง “ นิทานอ่าวทองคำ ” ซึ่งแต่งขึ้นโดยศิลปินวง ‘Hope Family’ บ่งบอกสถานะของอ่าวท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญจนได้รับการขนานนามว่า “อ่าวทองคำ” ได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนจะมาเป็น “อ่าวทองคำ” นั้น ที่นี่เคยเกิดปัญหาถูกนายทุน และภาครัฐ รวมไปถึงบรรษัทข้ามชาติเข้ามารุกรานบ่อยครั้ง จากแต่ก่อนที่นี่เคยมีเรือประมงกว่า 2,000 ลำ กลับเหลือเพียงแค่ไม่กี่ลำจนสามารถนับได้ ภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี

แต่ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนอ่าวท่าศาลา จึงได้มีการจัดตั้ง ‘เครือข่ายประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา’ ขึ้น เพื่อต่อกรกับการบุกรุกของนายทุน ภาครัฐ และบรรษัทข้ามชาติ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงกับภาครัฐ เช่น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ได้รู้ถึงปัญหา และความสำคัญของอ่าวท่าศาลา จนกระทั่งเมื่อปี 2556 หลังจากยืนหยัดต่อสู้มาอย่างยืดเยื้อยาวนาน ชุมชนอ่าวท่าศาลา ก็ได้รับ “รางวัลสมัชชาสุขภาพปี 2556” ประเภทรางวัล 1 กรณี ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้ชุมชนที่ใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะ หรือ “เอชไอเอ” ที่ผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2555  ชาวนครศรีธรรมราชกว่า 5,000 คน ได้รวมตัวกันจัดงาน “รวมพลคนกินปลา” ประกาศศักยภาพความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชายฝั่งท่าศาลา  เพื่อประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น “พื้นที่คุ้มครองแหล่งผลิตอาหาร” และจะร่วมกันรักษาพื้นที่ 30 กิโลเมตรจากชายฝั่งให้พ้นจากอุตสาหกรรมพลังงานสกปรก โดยมีกรีนพีซขอสนับสนุนและยืนอยู่ข้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับการเคลื่อนไหวของชุมชนเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติที่พวกเขาได้พึ่งพาอาศัย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ชุมชนท่าศาลาเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและอุตสาหกรรมพลังงาน แต่การเปลี่ยนความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวทองคำเป็นพลังงานสกปรกนั้นเป็นเสมือนการทุบหม้อข้าวตนเองทำลายแหล่งอาหารสำคัญของโลก

วันนี้ การออกทะเลจับปูได้กินปู ลงอวนปลาได้กินปลา คนท่าศาลาสามารถเลี้ยงชาวนครศรีธรรมราช และคนไทยได้ทั้งประเทศ รวมถึงยังมีการส่งออกกั้งอาหารทะเลโด่งดังไปทั่วโลก” สุพร โต๊ะเส็น นายกสมาคมประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวยืนยันความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวทองคำ อำเภอท่าศาลาและสิชล ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ผลิตอาหารที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน สิงคโปร์ สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทรัพยากรอันเปรียบเสมือนปากท้องของไทยและครัวของโลกนี้

บ้านแหลมโฮมสเตย์ เป็นโฮมสเตย์ที่อยู่ในอ้อมกอดธรรมชาติของทะเลอ่าวทองคำ บ้านหน้าทับ หมู่ 7 ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช คนในชุมชนบ้านแหลม ร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านที่นี่รักในบ้านเกิดของพวกเขา จึงเกิดการรวมตัวสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับชุมชนด้วยการสร้างบ้านปู บ้านปลา และปลูกป่าชายเลน โดยมี คุณทักษิณ หมินหมัน ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์  CEO หนุ่มไฟแรงเป็นผู้จุดประกายโครงการอนุรักษ์ พิทักษ์ป่าชายเลน เสน่ห์ ” สปาโคลน ” 

ซึ่ง สปาโคลน ที่นี่มีไฮไลท์ก็คือการสัมผัสกับสปาธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเลกว้าง ๆ ซึ่งโคลนที่เราเห็นอยู่นี้มีคุณสมบัติในการช่วยขจัดสิ่งสกปรก และช่วยลดความมันรวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในโคลนจะช่วยบำรุงผิวเพราะฉะนั้นไม่ต้องล้างออก ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเองตามธรรมชาติเพื่อให้ได้ประโยชน์จากโคลนอย่างแท้จริง จนมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นความภาคภูมิใจของบ้านแหลมโฮมสเตย์ ก็ คือสบู่โคลน และโคลนสปา จนสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนแต่ยังขาดบรรจุภัณฑ์สวยๆ ทางทีมงานชื่นใจไทยแลนด์จึงจับมือกับเจ้าของแบรนด์ Mazmoizella ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ และ Designer จากแบรนด์ Zhowcase ร่วมกันพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้กับสบู่โคลน และโคลนสปาจนได้บรรจุภัณฑ์เก๋ๆ ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้ แถมยังถูกใจชาวบ้านอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล  :  สำนักข่าวอิศรา และ แพรว

Share.

Comments are closed.