งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา ” หนึ่งเดียวของไทย หนึ่งเดียวของโลก  ” ของดี สระบุรี 1 ปี มีหนเดียว

0

         ” เริ่มแล้ว ” งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา 2018  ประเพณีหนึ่งเดียวของไทย ที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร มากว่า 400 ปี 

    ประเพณีตักบาตรดอกไม้นั้น ตามตำนานมีมาตั้งแต่สมัย พุทธกาล โดยมี นายสุมนมาลาการ เป็นชาวเมืองราชคฤห์ เขามีหน้าที่นำดอกมะลิไปถวาย พระเจ้าพิมพิสาร วันละ 8 ทะนาน ทุกวัน และจะได้ทรัพย์วันละ 8 กหาปณะ ต่อมาเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังถือดอกไม้จะเข้าประตูเมือง เป็นเวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เขาเห็นพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใส จึงถวายดอกไม้ด้วยดอกไม้ที่จะนำไปถวายพระราชาโดยมีความคิดว่า แม้จะต้องตายด้วยโทษประหารก็ยอม

      ชาวเมืองทราบดังนั้นจึงพาการโห่ร้องสรรเสริญเป็นอันมาก  เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่องจึงได้กล่าวสรรเสริญนายสุมนมาลาการ ทำให้นายสุมนมาลาการได้รับของพระราชทานจากพระเจ้าพิมพิสาร อีกถึง 8 ชนิด คือช้าง ม้า ทาส ทาสี เครื่องประดับ นารี อย่างละแปด ทรัพย์ อีก 8 พัน กหาปณะ และบ้านส่วยอีก 8 ตำบล ครั้นกลับถึงวัด พระอานนท์ได้กราบทูลผลบุญที่นายสุมนมาลาการจะพึงได้รับ พระพุทธองค์ตรัสว่า นายสุมนมาลาการได้สละชีวิตบูชาพระองค์ในครั้งนี้จักไม่ได้ไปเกิดในนรกตลอดแสนกัลป์

ย้อนกลับมาสู่ ประเทศไทย วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัย พระเจ้าทรงธรรม หรือเมื่อ 400 ปี ก่อนและยังมีการกำหนดเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทขึ้น 2 ครั้ง ในเดือน 3 และ เดือน 4 ของทุกปี ซึ่งในช่วงฤดูฝนที่จะใกล้กับวันเข้าพรรษา นั้น ก็จะมีดอกไม้ท้องถิ่นชนิดหนึ่ง ออกดอกเฉพาะในนี้เท่านั้นชาวบ้านที่พบเห็น จึงนิยมเก็บนำมาถวายพระสงฆ์ โดยเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า “ดอกเข้าพรรษา” นำไปถวายพระสงฆ์ เพื่อนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท เป็นประจำทุก ๆ ปี

     แม้ว่าชาวไทยส่วนใหญ่ จะนับถือในพระพุทธศาสนา ซึ่ตั้งถือว่าเป็นมรดกตกทอด ทางวัฒนธรรมที่มีสืบต่อกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตา ทวด แต่ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลังได้กระทำต่อ ๆ กันมา ยิ่งการ ทำบุญ ใส่บาตร กวดน้ำ หรือศาสนพิธีที่เราเห็นกันทั่ว ๆ ไป ปัจจุบัน ก็มีการปรับเปลี่ยนกันตามกาลเวลา เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ เราเห็นอะไร จากวัดพระพุทธบาท เราเห็นอะไรจาก ชาวสระบุรี การที่ชุมชนหนึ่ง จะรักษาวัฒนธรรม ที่ทำต่อ ๆ กันมา โดย ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมานับ ร้อย ๆ ปี นั้น ต้องมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ 

      วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ยังเป็นสถานที่ประดิษฐานของ “ รอยพระพุทธบาท ” ศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา ตามคติความเชื่อของชาวลังกา กล่าวว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง โดยรอยพระพุทธบาท 1 ใน 5 แห่ง นั้นคือ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารแห่งนี้ ซึ่งหากจะกล่าวถึงหลักเหตุและผลแล้ว รอยพระพุทธบาท ก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเอง

เพราะในอดีต เมื่อผู้คนจะรำลึกถึงองค์พระบรมศาสดา  จึงมักจะสร้างแต่เพียงสัญญลักษณ์ ที่มีความหมาย ว่านี้คือพระพุทธองค์ เพื่อให้คนรุ่นหลัง ๆ ได้เคารพบูชา โดยมีจุดเริ่มต้นจากเสาหินที่จารึกพระนาม พระเจ้าอโศก  ส่วนองค์พระพุทธรูปนั้น ก็เพิ่งจะมีการเริ่มสร้างครั้งแรกในกษัตริย์กรีก ที่หันมานับถือ ศาสนาพุทธ คือ กษัตริย์เมนันเดอร์ หรือ ที่เรารู้จักกันดี คือ พระเจ้ามิลินทร์ นั่นเอง

      เสน่ ของประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา หาได้อยู่ที่ดอกเข้าพรรษาหรือรอยพระพุทธบาทอย่างเดียวก็หาไม่ เพราะหากขาดศาสนิกชนที่มีความนับถือและเสียสละอย่างเหนียวต่อพระพุทธศาสนาอย่างถึงที่สุดแล้ว การจะรักษาขนบธรรมเนียม มานับร้อย ๆ ปี คงเป็นไปได้ยาก   ดังนั้น สโลแกน ที่ว่า ” การท่องเที่ยววิถี เก๋ไก๋ ” แบบลึกซึ้งนั้น หาได้เป็นเพียงแค่ วลีสวยหรูเท่านั้น หากแต่เป็น สิ่งที่ คนไทย ควรตื่นตัว ที่จะหยิบยกความเป็นไทยที่กำลังสูญหายไป ให้คืน กลับมา นั่นเอง

 

Share.

Comments are closed.