สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ( ATTA ) นำผู้ประกอบการไทย เดินสายโรดโชว์ 4 เมือง หวังเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีน กลับมา

0

             ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ย.61  ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าของจีนเกือบ 6,000 รายการ มูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือประมาณ 6.5 ล้านล้านบาท โดยเริ่มขยับจาก 10% เป็น 25% ในช่วงปีหน้า 

             ด้านจีนแสดงความไม่พอใจกับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ โดยเนื้อความในสมุดปกขาวของทางการที่รายงานโดยสำนักข่าวซินหัวนั้น ทางการจีนระบุว่า สหรัฐฯ ใช้วิธีการ ” ข่มเหงรังแกทางการค้า” ” ข่มขู่คุกคามประเทศอื่นด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ ” จนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลก จากนั้นจีนจึงตอบโต้สหรัฐ ฯ ด้วยการตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าของสหรัฐ ฯ อีกมูลค่ารวม 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือราว 1.95 ล้านล้านบาท

หากย้อนกลับไปในห้วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ที่การประชุม World Economic Forum ณ เมืองเทียนจิน นาย หลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้กล่าวปราศรัยว่า การพัฒนาเศรษฐกิจของจีนนั้นกำลังเผชิญกับปัญหาและปัจจัยท้าทายต่าง ๆ มากมาย ทั้งการอ่อนค่าลงของสกุลเงินหยวนในช่วงหลัง ๆ ซึ่งไม่ได้มาจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลจีน ดังนั้นหากเงินหยวนยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง อาจสร้างปัญหาให้กับจีนมากกว่าผลดี
ด้วยเหตุนี้จีนจะไม่เลือกใช้นโยบายลดค่าเงินของตนเพื่อหนุนการส่งออก เพราะวิธีดังกล่าวจะไม่สามารถช่วยเสริมเพิ่มตัวเลขกำไรของภาคธุรกิจ หรือสร้างผลประโยชน์ใด ๆ ให้กับประเทศจีนได้

ส่วนธุรกิจที่รับผลกระทบฝั่งไทยครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นภาคการท่องเที่ยว ซึ่งนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ( ATTA ) ได้แสดงท่าทีต่อเหตุการดังกล่าว ในขณะเดินสายจัดกิจกรรมโรดโชว์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีน ณ เมืองเทียนจิน – ชิงเต่า – เหอเฝย – หนานจิง ในระหว่างวันที่ 16 – 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า หากยังไม่มีการเพิ่มเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์ในช่วงสัปดาห์เฉลิมฉลองวันชาติจีน หรือโกลเด้น วีก ระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. นี้แล้ว อาจไม่ส่งผลดี ต่อปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น การนำผู้ประกอบการชาวไทยเดินทางมาในครั้งนี้ อาจมีผลบวก หลังจากช่วงเวลา ดังกล่าว

           ซึ่งจากผลตอบรับที่ได้นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 80 บริษัท เดินสายพบปะผู้ประกอบการทัวร์ชาวจีน กว่า 800 บริษัท ตลอดเส้นทางทั้ง 4 เมือง ที่ผ่านมานั้น ต่างแสดงจุดยืนในการนำนักท่องเที่ยวของตนกลับมาไทยอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยทางเศรษฐกิจและเที่ยวบินที่ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ จึงอาจส่งผลให้การเดินทางในช่วง วันชาติจีน อาจต้องขยายออกไป แต่อาจจะส่งผลดีต่อการลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในการเดินทางช่วงเวลาดังกล่าว ไปสู่การเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายนมากยิ่งขึ้น

    สำหรับการจัดกิจกรรมโรดโชว์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีน ณ เมืองเทียนจิน – ชิงเต่า – เหอเฝย – นานจิง ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศแล้ว ทั้ง 4 เมืองนี้ ยังถือได้ว่ารับผลกระทบต่อสถานการณ์ค่าเงินหยวนอ่อนแรงน้อยที่สุด เนื่องจาก เมืองเทียนจิน นั้นใหญ่เป็นอันดับ 3  ของจีนและได้ฉายาให้เป็น “เซี่ยงไฮ้ทางเหนือ” เนื่องจากเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่มีชายฝั่งยาวกว่า 133 กม.อุดมด้วยทรัพยากรทางทะเล และยังเป็นเขตเมืองท่าและฐานอุตสาหกรรมทางทะเลที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในมหาสมุท ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ประชากรที่มีอยู่เกือบราว 10 ล้านคนนี้ สามารถเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

           ส่วนเมือง ชิงเต่า และเหอเฝย นั้นอาจมีประชากรและความเจริญน้อยกว่าเมืองเทียนจิน แต่ในช่วง 10 ปีหลัง ถือว่ามีความเจริญก้าวหน้าเร็วขึ้นมาก หากเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน และทั้ง 2 เมืองนี้ยังถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองต้นแบบทั้งระบบสาธารณูปโภคและอาหาร แต่ยังขาดแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และยังอยู่ในช่วงที่รัฐกำลังเข้ามาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งกว่าจะแล้วเสร็จอาจกินเวลาหลายปี จึงเป็นโอกาสดี ที่ไทยจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าประเทศ

  สำหรับเมืองสุดท้ายของคณะคือ เมืองหนานจิง ซึ่งถือว่าเป็นไฮด์ไลท์ในทริปนี้ เนื่องจากมีผู้ประกอบการจีนเข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม เนื่องจาก หนานจิง นั้นเป็นเมืองใหญ่อันดับสองในภาคตะวันออกของจีน รองจาก เซี่ยงไฮ๊ และมีปริมาณประชากรไม่น้อยไปกว่า เทียนจิน ตลอดจนการเดินทางสะดวกสะบาย มีไฟล์บินตรงเข้าไทยทุกวัน ซึ่งนอกจากจะมีชาวจีนเดินทางเข้าสู่ไทยแบบหมู่คณะแล้ว ยังมีการเดินทางแบบส่วนตัว และแบบธุรกิจ ที่หลากหลายอีกด้วย 

    ครั้งนี้ทางสมาคมได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งจากสำนักงานปักกิ่งและเซี่ยงไฮ๊ เป็นอย่างดี ตลอดจนพันธมิตรจากเอกชนหลายรายด้วยกัน อาทิ คิงเพาเวอร์ สยามเจมส์ และนกแอร์ เป็นต้น ดังนั้น จากภาพรวมในการจัดงานในครั้งนี้ ถือว่าจบลงได้อย่างงดงาม ซึ่งนอกจากเราจะเอกชนคณะแรกที่เดินทางเข้ามาแสดงความจริงใจในการต้อนรับชาวจีน หลังเกิดเหตุการเรือล่มแล้ว เรายังถือว่าเป็นชาติแรกที่เข้ามาในช่วงที่ประเทศจีนกำลังประสบปัญหาจากการถูกกดดันจากต่างประเทศอีกด้วย 

อย่างไรก็ดี ในช่วงวันชาติจีนตั้งแต่วันที่ ” 1 ตุลาคม” ใกล้จะมาถึงนี้ทางสถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้ขอให้นักท่องเที่ยวจีนมีความสนุกสนานในขณะที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย ดังนี้

1. ระมัดระวังความปลอดภัยจากการท่องเที่ยวทางน้ำ

2. ความปลอดภัยทางบก

3. ระมัดระวังและดูแลทรัพย์สิน

4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเหล้าหรือบุหรี่ผ่านด่านศุลกากร

5. ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

6. ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์

ขอขอบคุณ  : โพสทูเดย์ ,สถานีวิทยุซีอาร์ไอ

Share.

Leave A Reply