สัมผัสกับมนต์เสน่ห์เส้นทางสายไหม ใน ซินเจียง พร้อมลิ้มรสผลไม้ยอดนิยมของจีน

0

     ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์มีเรื่องราวและความงดงามที่หลายคนใฝ่ฝันจะได้สัมผัสซ่อนอยู่อย่างไม่รู้จบ

        เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์  新疆维吾尔自治区 เป็นเขตปกครองตนเองของจีนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเขตปกครองใหญ่ที่สุดของจีน โดยกินพื้นที่กว่า 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร และเป็นเขตการปกครองที่มีประชากรมากที่สุดติดอันดับหนึ่งในสิบ มีดินแดนพิพาท อักไสชิน ที่จีนมีบริหารอยู่ ซินเจียงมีพรมแดนติดต่อกับเพื่อนบ้านถึง 9 ประเทศ คือ ประเทศรัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถานและอินเดีย นอกจากนี้ยังมีพรมแดนติดต่อกับทิเบต มีน้ำมันสำรองอุดมสมบูรณ์และเป็นภาคที่ผลิตแก๊สธรรมชาติใหญ่ที่สุดของจีน

         ซินเจียงประกอบด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากมาย เช่น ภูเขาอาเอ่อไท่ซัน ภูเขาเทียนชาน และภูเขาคุนหลุนชานตั้งอยู่จากทิศเหนือไปยังทิศใต้ มีแม่น้ำถ่าหลี่หมู่ ซึ่งเป็นแม่น้ำภายในดินแดนที่ไม่ไหลลงทะเล ที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีทะเลสาบบ๋อซือเถิง ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของจีน และมีพื้นที่ต่ำถู่หลู่ฟัน ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำสุดของจีน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ทะเลทรายทากลามากัน  ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของจีน และอันดับที่สองของโลก และมีทะเลทรายกู่เอ่อบันทงกู่เท่อ เป็นทะเลทรายใหญ่อันดับที่สองของจีน อุดมด้วยทรัพยากร น้ำมันปิโตเลียม แก๊สธรรมชาติ

      ปัจจุบันการท่องเที่ยวภายในประเทศของจีน โดยเฉพาะในซินเจียง มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นตามลำดับ เพื่อเดินทางมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของที่นี่ ซึ่งที่ได้ความนิยมสูงสุดได้แก่ที่ คาน่าสือ ซึ่งเป็นทะเลสาบเปลี่ยนสีที่ถูกโอบล้อมท่ามกลางขุนเขา และเพื่อมาลิ้มรสอองุ่นหวานของเมืองถูหลู่ฟาน ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของจีน และหากย้อนกลับไปเมื่อ 2,000 ปี ก่อน  ดินแดนแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีความเป็นเอกภาพและประกอบด้วยคนหลายชนชาติ ต่อมา เมื่อ 60 ก่อนคริสต์ศักราช ราชวงศ์ฮั่น ได้จัดตั้งองค์กรบริหารซียี่ เพื่อปกครองเขตซินเจียงโดยตรง ซึ่งมีขอบเขตรวมถึงทะเลสาบบาเอ่อคาสือและเขตพ่าหมี่เอ่อ ภายในเวลา 1,000 ปีเศษ


         ต่อจากนั้น เขตซินเจียงสังกัดอยู่ในองค์กรบริหารท้องถิ่น ที่จัดตั้งโดยรัฐบาลกลาง ครั้นถึงราชวงศ์ชิง รัฐบาลกลางได้แต่งตั้งนายพลอีหลี เพื่อปกครองดินแดนซินเจียงทั้งหมดและเมื่อถึงปี พ.ศ. 2427 เขตซินเจียงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นมณฑล ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างซินเจียงกับมณฑลต่างๆในแผ่นดินใหญ่จีนมีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น จนเมื่อถึงวันที่ 1 ตุลาคม สาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาขึ้น เขตซินเจียงจึง กลายเป็นเขตบริหารระดับมณฑลที่มีอำนาจปกครองตนเองได้เขตหนึ่งของจีน ส่วนครื่องปั้นดินเผาแดงและเครื่องปั้นดินเผาดำ ของซินเจียง นั้นมีชื่อเสียงมีมาตั้งแต่สมัย ราชวงศ์เซี่ย ราชวงศ์ซาง ราชวงศ์โจว และราชวงศ์ฉิน ตามลำดับ และสิ้นสุดลงที่สมัย ราชวงศ์ฮั่น ค.ศ. 220 

        สภาพภูมิอากาศของซินเจียงแบ่งออกเป็น 4 ฤดู คือฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และ ฤดูใบไม้ผลิ  อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 12.7 องศาเซลเซียส  มีปริมาณน้ำฝนประมาณ 3.4 นิ้วต่อปี ช่วงฤดูหนาวนั้นมีอากาศที่หนาวจัดในเดือนมกราคมบางพื้นที่อุณหภูมิติด ลบกว่า -40 องศาเซลเซียส  ส่วนในฤดูร้อนช่วงเดือนกรกฎาคมบางพื้นที่ก็ร้อนจัด เมืองถูหลู่ฟ่านเคยร้อนสูงสุดถึง 48 องศาเซลเซียส     อุณหภูมิที่ซินเจียงในเวลากลางวันและกลางคืนนั้นมีความแตกต่างกันมาก กลางวันร้อนกลางคืนหนาว หากคนไทยจะมาเที่ยวที่นี่จึงควรพกเสื้อหนาวติดตัวเอาไว้เป็นดีที่สุด

     ส่วนสินค้าการเกษตรที่มีชื่อเสียงที่มีผลผลิตมากจนสามารถส่งออกไปยังหล่อเลี้ยงมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศจีนได้ ก็ได้แก่ การทำไร่ฝ้าย ข้าวสาลี สาลี่หอม องุ่น แคนตาลูปที่ขึ้นชื่อว่าหวานและอร่อยที่สุดในโลก และถึงแม้ว่าซินเจียง จะเป็นเมืองที่ค่อนข้างแห้งแล้งมีฝนตกน้อย  แต่เป็นที่น่าแปลกที่ดินแดนแห่งนี้สามารถทำปศุสัตว์และเกษตรกรรมได้ในระดับแนวหน้าของจีน  การเลี้ยงสัตว์ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียง เช่น แพะ แกะ ม้า วัวและอูฐ สาเหตุส่วนหนึ่งก้เพราะว่าพื้นที่ทางตอนเหนือเป็นภูเขาสูงและมีหิมะปกคลุมบริเวณยอดเขาตลอดทั้งปีจึงทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวในช่วงเข้าที่เข้าสู่ฤดูร้อนหิมะบนยอดเขาจะละลายเป็นลำธารน้ำไหลผ่านโขดหินตกสู่หน้าผาสูงลงมายังพื้นที่ด้านล่างก่อนกลายมาเป็นทะเลสาบผืนใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์สำหรับชนเผ่ากลุ่มต่าง ๆ ไว้ใช้ในการเลี้ยงสัตว์  นั่นเอง  

ขอบคุณ : China Xinhua News /  http://www.mafengwo.cn)

Share.

Leave A Reply