ล่องเรือตังเก ลัดเลาะฝ่าป่าโกงกาง เพื่อชมนกหายากกว่า 30 สายพันธุ์ ณ บ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด

0

      เรือที่จะนำเราลัดเลาะไปตามโค้งคลองน้ำเค็ม  ที่ระหว่างทางรายล้อมไปด้วยป่าโกงกางอันสมบูรณ์ ” ณ สถานที่แห่งนี้เราสามารถจะพบเห็นเหยี่ยวแดง ” และนกอื่น ๆ อีกกว่า 30 สายพันธุ์ บินโฉบผ่านไปมาเป็นระยะจนแทบจะเอื้อมมือจับถึง 

    ซึ่งที่นี่ก็คือ “ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ” บ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติริมชายฝั่ง ซึ่งอยู่ตรงบริเวณท้ายชุมชนจุดเชื่อมต่อป่าโกงกาง และพรรณไม้อื่น ๆ หลายสิบไร่ รวมถึงลำคลองหลายสายที่ไหลผ่านไปบรรจบลงสู่ทะเล ที่นี่ไม่เพียงในศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนเท่านั้น หากแต่เรายังสามารถชมส่องดูนกกว่า 30 สายพันธุ์ ซึ่งบางชนิดเราแทบจะหาชมที่ใดไม่ได้

ความอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ถูกจัดให้เป็นแหล่งพักพิงหลังใหญ่ให้ทั้งคนและสัตว์ได้อาศัยเลี้ยงปากท้อง ซึ่งเราสามารถสังเกตุได้จากระหว่างทางจะพบทั้งปูแสม ลิงแสม ปลาต่าง ๆ รวมถึงสารพัดนกไม่ว่าจะเป็นเหยี่ยวแดง นกเขาเปล้า และชนิดอื่น ๆ แต่ทว่าภาพเหล่านี้เราจะสามารถพบเห็นได้ประมาณ 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม เท่านั้น แต่หลังจากนั้นเราอาจจะได้สัมผัสกับแสงจากหิ่งห้อยที่เรืองแสงอยู่ตามกิ่งก้านลำแพนโกงกางท่ามกลางสายลมยามค่ำคืนแทน 

       ท่ามกลางการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวเริ่ม การปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ให้กับคนในท้องที่จึงถือว่ามีความจำเป็นมากขึ้นทุกขณะ ถึงแม้ว่าทางวิสาหกิจชุมชน ฯ จะจัดตั้ง “ กลุ่มเยาวชน ฅ.คนต้นน้ำ” มาช่วยกันรักษาและฟื้นฟูทำความสะอาดคลองน้ำเชี่ยว และถึงแม้ว่าทุกบ้านในชุมชนมีการคัดแยกขยะและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แต่กระนั้นด้วยจำนวนของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ภาครัฐ ควรจะมีมาตราการสอดรับการเติบโดในครั้งนี้ ทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน

      แม้ว่าในปัจจุบัน มาตราการคุมเข้มนักท่องเที่ยวในการล่องเรือของชุมชนจะได้รับการชื่นชมจากหลายฝ่าย แต่กระนั้นภาครัฐควรเข้ามาดูปริมาณนักท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง พร้อมทั้งจัดเก็บข้อมูลในแต่ละรอบ เพราะการชมนกในยามเย็นถึงค่ำมืดนั้น หากมีการพลัดตกหล่นหายไป สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อการบริหารจัดการ แต่ในเบื้องต้นเราก้ต้องยอมรับถึงความตั้งใจของชุมชนในการมีเรือเล็กลาดตระเวณ อยู่เป็นระยะตลอดเส้นทาง ซึ่งภาพเหล่านี้ นักท่องเที่ยวต่างมีเสียงชื่นชมเสมอมา

ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว  นอกจากจะมีดีเรื่องความสมบูรณ์และการบริการทางธรรมชาติแล้ว คนที่นี่ยังมีรางวัลชนะเลิศ “ หมู่บ้าน OVC ” หรือ “OTOP Village Champion” ปี 2549 จากกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว ปี 2550 และอีกหลายรางวัลทั้งจากภาครัฐและเอกชนการันตี สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนความสำเร็จในการบริหารงานท่องเที่ยวชุมชนซึ่งมีวิถีชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นเสน่ห์ดึงดูด ที่มีชาวบ้านช่วยกันบริหาร ปรึกษาหารือ และวางแนวทางร่วมกัน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

         หากย้อนกลับมาถึงประโยชน์จากนักท่องเที่ยวที่จะได้รับ แน่นอนว่ากำไลชีวิตที่ได้รับจากบรรยากาศที่เย็นสบายยามร่างกายต้องสายลมขณะล่องเรือแล้วนั้น แน่นอนว่าการได้มีโอกาสได้ชมนกนานาพันธุ์ ที่มารวมตัวกันแบบไม่นัดหมายนับร้อย ๆ ตัว แบบใกล้ชิดแล้ว โปรแกรมการล่องเรือที่ชุมชนจัดขึ้นไว้บริการนั้นก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะที่นี่เรายังสามารถมาเช่าโฮมสเต จากชาวบ้าน พร้อมอยู่กินกับเจ้าของบ้านแบบตัวต่อตัว เค้าทานอะไรเราก็ทานสิ่งนั้น ยามเช้าเค้ามีอาชีพเสริมอะไร เราก็ยังสามารถไปหยิบจับกันแบบถึงตัว จนเรียกได้ว่าเป็นเสน่ ที่หาได้ยาก จากพื้นที่อื่น ๆ

      เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การท่องเที่ยวชุมชนนั้น นอกจากรายได้จะสามารถเข้าถึงคนในชุมชนได้อย่างแท้จริงแล้ว การรักษาวิถีชีวิตของคนในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว จะสามารถสะท้อนถึงสัญลักษณ์ในการแสดงจุดยืนร่วมกันของชุมชนที่จะมีแนวทางการดำเนินชีวิตในแต่ละวันเหมือนเช่นดังในอดีต สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ได้ตระหนักถึง ” ความพอเพียง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการท่องเที่ยววิถีชุมชน ” อย่างแท้จริง

 

Share.

About Author

Leave A Reply