.. สำเภาเพตรา กับ ศรีตังฆังลูกเนรคุณ ผู้กลายเป็นหิน จาก นิยายปรัมปรา เกาะเภตรา จ.สตูล

0

    เรื่องเล่าขานต่อ ๆ กันมา จากภาคใต้ของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ถึงเรื่องราวของลูกชายเนรคุณ ชื่อศรีตังฆัง ” ผู้ถูกพลิกผันจากคนกลายเป็นหิน ” จากคำ ของมารดา 

      ศรีตังฆัง เกิดในครอบครัวยากจนอาศัยอยู่แถบชายทะเลยึดอาชีพเป็นชาวประมงเลี้ยงชีพ มี บิดาชื่อ ศรีตาลัง มารดาชื่อ ดือรูมา  ศรีตังฆัง เป็นเด็กที่มีความทะเยอทะยานสูง เขาเพ้อฝันตลอดเวลาอยากเป็ยผู้ร่ำรวยและเป็นที่รู้จักของผู้คน หากแต่ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากขัดสนอันเป็นอุปสรรคต่อความฝันเขา จนเมื่อย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม วันหนึ่งเขาเห็นเรือสำเภาลำใหญ่จอดทอดสมออ่าวใกล้บ้านเขา เมื่อมีโอกาสดีเขาจึงพายเรือไปขอสมัครเป็นลูกเรือกับกัปตันเรือ กัปตันเห็นถึงความชำนาญและความตั้งใจจึงตกลงรับไว้ แม้พ่อแม่จะทัดทานอย่างไรก็จำยอมปล่อยให้ลูกชายไปกับเรือสำเภาลำนั้น

       ก่อนไป ศรีตังฆัง ได้ให้สัญญาก้บพ่อแม่ว่าจะกลับมา หากผู้ร่ำรวย ต่อมาไม่นานด้วยเป็นคนหนุ่มที่ขยันและ เฉลียวฉลาด กัปตันจึงนึกรักและรับไว้เป็นบุตรบุญธรรม เมื่อ กัปตัน แก่ชราลง เขา จึงได้เป็นกัปตันเรือคนใหม่ กอปกับเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าขาย ต่อมาไม่นาน ศรีตังฆัง จึงร่ำรวยเป็นที่กล่าวขานของคนทั่วไป เมื่อความทราบถึงสุลต่าน เขาจึงได้รับคำเชิญมายังวัง เพื่อแต่งงานกับลูกสาวตน วันหนึ่งเขาได้ออกเรือไปทำการค้าพร้อมด้วยภรรยาทั้ง 3 คน ด้วยความบังเอิญเรือของเขาได้ทอดสมอลง ณ หน้าหมู่บ้านเดิมของเขา ความนี้ทราบถึงพ่อแมของเขา ด้วยความดีใจพ่อเฒ่าและแม่เฒ่า จึงได้สรรหาอาหารที่ลูกโปรดปรานเมื่อครั้งวัยเยาวนำไปให้ด้วยความคิดถึงที่สะสมมาอย่างยาวนาน


      ศรีตังฆัง รู้ดี ว่าผู้เฒ่า 2 คน นี้ คือพ่อแม่บังเกิดเกล้า แต่ด้วยความรู้สึกอับอายที่ต้องยอมรับคนแก่ที่แต่งตัวสกปรก ต่ำต้อย ยากจน ต่อหน้าสาธารณะชนผู้ใต้บัญขาและภรรยาผู้เลอโฉมและสูงศักดิ์ จึงได้ตอบฟฏิเสธไป
เมื่อ ธิดาสุลต่าน ทราบเรื่อง จึงขอร้องให้ยอมรับผู้เฒ่าทั้ง 2  โดยกล่าวว่า จะผิดอย่างไร หากผู้ต่ำต้อยและน่ารังเกียจนี้ คือ ผู้ให้กำเนิด  แต่คำพูดนี้กลับยิ่งทำให้ ศรีตัวฆัง รู้สึกอับอายและโมโหมากยิ่งขึ้น จึงได้สบถด่าทอด้วยความหยาบคายและขับไล่ ผู้เฒ่า ทั้ง 2 ให้ออกไปเสียโดยเร็ว 

     ผู้เป็นมารดา รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจากดูแคลนจากลูกของตน จึงได้ยกมือ ดุอา ต่อ อิลาฮี  และกล่าวว่า
หากชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ คือ ศรีตังฆัง ทึข้าอุ้มท้องมา 9 เดือน เป็นแน่แท้ ขอให้ทุกสิ่งที่เรือบนเรือจงกลายเป็นหิน ” ทันใดนั้นจึงได้เกิดพายุใหญ่ ฟ้าร้องฟ้าผ่าและคลื่นกระหน่ำอย่างแรง เมื่อเหตุเกิดขึ้นดังนั้น ศรีตังฆัง จึงรู้สึกหวาดกลัว สำนึกรู้ว่า อัลลอฮฺ ได้ตอบรับ ดุอา ของผู้เป็นแม่ เขาอาจได้รับผลกรรมจากการเนรคุณเป็นแน่แท้ ท้ายที่สุดเขาถึงกับร้องไห้ขอโทษในสิ่งที่ตนทำ แต่มาสำนึกตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เพราะหลังจากนั้นเรือก็ถูกคลื่นซัดจนอับปาง หายไปต่อหน้าคนทั้งมวล ในเวลานั้นหลังพายุสงบ ภาพที่ปรากฎต่อสายตาทุกคนรวมถึงผู้เฒ่าทั้ง 2 คือ ในเวลานี้ ศรีตังฆัง รวมถึงทุกคนบนเรือตลอดจนสิ่งของได้กลายเป็นหิน ไปเสียหมดแล้ว

      ส่วนนิทานพื้นบ้านของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเตรา ซึ่งตั้งอยู่ ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งก็มีเค้าโครงเรื่องราวคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ พ่อนั้นชื่อตาพุด แม่ชื่อยายทอง มีลูกชายหนึ่งคน นับถือศาสนาพุทธ แต่เมื่อลูกโตขึ้นจึงได้เปลี่ยนมานับถืออิสลามตามพ่อตา เมื่อเรือสำเภากำลังอับปางลง สมบัติพัสฐานข้าวของต่าง ๆ ก็ล่องลอยกลายเป็นเกาะต่าง ๆ ในน่านน้ำแห่งนี้ เช่น หมูย่างกลายเป็นเกาะสุกร เรือสำเภากลายเป็นเกาะเภตรา นอกนั้นมีเกาะไข่ เกาะกล้วย เกาะเขาหินตา เกาะเขาหินยาย เกาะไก่ เป็นต้น อย่างไร เสียผู้เรียบเรียงก็ขอให้ผู้อ่านได้ใช้ดุลยวินิจในการอ่านเพื่อความบันเทิง หากได้สื่อสารผิดพลาดไปแต่ประการใด ก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้

ขอขอบคุณ

ภาพ / บทความ : เพจเด็ก Koh Mook /  Bolan kawal

Share.

About Author

Leave A Reply