3 ปี ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข คนกรุงเทพฯ-อุบล กายฟิต-จิตดี พร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

0

มูลนิธิไฟเซอร์ – คีนัน ร่วมสรุปผลการดำเนินโครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข” เตรียมพร้อมประชากรวัย 45+ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ พบ 3 ปี กลุ่มเป้าหมายในกรุงเทพฯ และอุบลฯ กายฟิต-จิตดี เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 90 พฤติกรรมเสี่ยงต่อโรค NCDs ลดลง เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agents) ในชุมชน กว่า 40 คน ต่อยอดสู่ 27 โครงการขนาดย่อมเพื่อพัฒนาชุมชน พร้อมผลักดันภาครัฐ หรือผู้กำหนดนโยบายด้านผู้สูงวัยระดับประเทศเร่งเครื่อง ในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความตระหนักในการมีสุขภาวะที่ดี และการมีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต สนับสนุนการนำโครงการต้นแบบไปปรับใช้ โดยบุคลากรในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินงานเอง ลดผลกระทบด้านสุขภาพ-สังคม-เศรษฐกิจ และเข้าสู่สังคมสูงวัยคุณภาพอย่างยั่งยืนเทียบเท่านานาประเทศ

ดร.นพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “สังคมสูงวัย” ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนระดับชาติ เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยในอัตราเร่งที่เร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และในอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีประชากรที่อายุเกิน 60 ปี มากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ซึ่งส่งผลกระทบหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคม วิถีความเป็นอยู่ สุขภาพ แรงงานและการจ้างงาน เทคโนโลยี การศึกษาและการพัฒนาทักษะตลอดชีวิต และการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับ เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้ล้วนกระทบกับคนทุกวัยไม่ใช่แค่เพียงผู้สูงวัยเท่านั้น จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อผนึกกำลังพร้อมสู่การเป็น “สังคมสูงวัย” ที่มีคุณภาพของไทย

  “มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย” (Pfizer Thailand Foundation) และ “มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย” (Kenan Foundation Asia) เล็งเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาสังคมไทยไปสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ จึงได้ร่วมกันพัฒนาโครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข (Pfizer Healthy Aging Society)” โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การสร้างรูปแบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับประชากรวัยก่อนสูงอายุ และวัยสูงอายุ เพื่อนำไปสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “กายฟิต จิตดี มีออม” ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี (พ.ศ.2559 – 2562) ในพื้นที่เป้าหมายคือ กรุงเทพมหานคร (เขตคลองเตย และเขตบางขุนเทียน) และอุบลราชธานี (อำเภอเมือง และอำเภอวารินชำราบ) โดยเป็นการทำงานที่เชื่อมโยงทั้งระดับประเทศและชุมชน มีการคัดเลือกผู้ที่มีอายุระหว่าง 45 – 59 ปี (pre-seniors) ใน 4 กลุ่มหลัก คือ อาสาสมัครสาธารณสุข ครู บุคลากรสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับท้องถิ่น เข้าร่วม

ภารกิจหลักของโครงการ คือ การพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้าง ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agents)” ที่ได้รับความรู้และทักษะจำเป็นเกี่ยวข้องกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความมั่นคงทางการเงิน ผ่านการอบรมและกิจกรรมภายใต้หัวข้อต่าง ๆ  ได้แก่ โรคติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases) โภชนาการ (Nutrition) สุขภาพจิต (Mental Health) ความตระหนักรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) การจัดสภาพแวดล้อมเอื้อต่อผู้สูงอายุ สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ชุมชน เป็นต้น ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ ได้กลายมาเป็นผลผลิตด้านบุคลากรที่สำคัญกว่า 41 คน ที่ได้ร่วมสร้างสรรค์โครงการที่ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองถึง 27 โครงการ และจะนำเอาองค์ความรู้ไปพัฒนากลุ่มหรือชุมชนของตนให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนได้ต่อไป

ผลผลิตที่ดีที่เกิดขึ้นในโครงการ นอกจากจะเป็นทรัพยากรบุคคลแล้ว ยังได้สร้างคู่มือ “รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข” จำนวน 2,000 เล่ม ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกเพศทุกวัยในการนำไปใช้เป็นคู่มือสุขภาวะในชีวิตประจำวัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้บริหารชั้นนำขององค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรวิชาการ ฯลฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำ “ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendation)” ซึ่งมีสาระสำคัญได้แก่ 1. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์สู่การเป็นสังคมสูงวัยแบบพฤตพลัง (Active Aging) 2. โอกาสในการประกอบอาชีพ และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3. การพัฒนาทักษะและความรู้ทางการเงิน 4. การส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดี 5. การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตของทุกวัย โดยมุ่งหวังผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติในระดับนโยบายของประเทศ ต่อการเตรียมพร้อมสังคมสูงวัยที่พร้อมทั้งด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจในระดับประเทศ”

Share.

About Author

Leave A Reply